วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2551

ข้อควรคำนึงในการซื้อบ้าน


ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชุมชนเมืองของกรุงเทพฯและปริมณฑล จังหวัดเชียงใหม่และภูเก็ต ล่าสุดพบว่าผู้บริโภคแต่ละพื้นที่ตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยโดยมีปัจจัยในการเลือกซื้อแตกต่างกัน


โดยปัจจัยหลัก 5 อันดับแรกของคนกรุงเทพฯ คือ สภาพแวดล้อมโครงการ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก ทางเข้าออกสะดวก พื้นที่ใช้สอยและรูปแบบบ้าน ส่วนคนเชียงใหม่ตัดสินใจซื้อบ้านจากพื้นที่ใช้สอย สภาพแวดล้อม รูปแบบบ้าน ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัย

ขณะที่การตัดสินใจซื้อบ้านของผู้บริโภคในจังหวัดภูเก็ตมาจากสภาพแวดล้อม ทางเข้าออกสะดวก ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก ชุมชน โดยรอบ และปัญหาน้ำท่วม อย่างไรก็ตามพิจารณาโดยรวมแล้วผู้บริโภคทั้ง 3 พื้นที่ ตัดสินใจเลือกซื้อบ้านโดยมีปัจจัยหลัก
real estate in Bangkok Chaingmai Phuket

บ้านมือสอง

กลยุทธ์การเลือกซื้อบ้านมือสอง

วิศิษฐ์ คุณาทรกุล



ในยุคที่เศรษฐกิจทรงตัวเช่นปัจจุบัน คงปฏิเสธไม่ได้ว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มลดลง สังเกตได้จากตัวเลขดัชนีทางเศรษฐกิจที่มีการเติบโตอย่างถดถอย ในขณะที่ความต้องการของผู้บริโภคยังมีเท่าเดิม “บ้าน” หนึ่งในปัจจัยสี่ที่มีความสำคัญกับผู้บริโภคซึ่งความต้องการบ้านของผู้บริโภคนั้น มักสวนทางกับกำลังซื้อเสมอ ดังนั้น “บ้านมือสอง” จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการตอบสนองความต้องการซื้อบ้านในยุคนี้ มาดูกันว่าปัจจัยในการเลือกซื้อบ้านมือสองนั้นต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

1.สำรวจความต้องการของผู้ซื้อ

ก่อนอื่นต้องดูความต้องการก่อนว่าต้องการบ้านประเภทไหน บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวนเฮาส์ หรือ คอนโดมิเนียม โดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยอย่างคุ้มค่าที่สุด รวมทั้งระบุทำเลที่ต้องการ ซึ่งต้องมีความสะดวกสบายในการเดินทางสำหรับทุกสมาชิกในครอบครัว

2.สำรวจสภาพบ้าน/ราคา

เมื่อสำรวจความต้องการของผู้ซื้อแล้ว ได้บ้านตามที่ต้องการ ก็ต้องทำการสำรวจสภาพบ้าน ว่ามีความพร้อมอยู่มากน้อยเพียงใด ต้องทำการต่อเติมซ่อมแซม คำนวนงบประมาณในการซ่อมแซมบ้านบวกเพิ่มไปในราคาบ้าน หรือ บางกรณีผู้ขายจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช่จ่ายนั้น และสำรวจระบบประปา ไฟฟ้า ว่ามีความพร้อมในการใช้งานหรือไม่ รวมทั้งสำรวจสภาพแวดล้อมรอบ ๆ โครงการ ใกล้สาธารณูปโภค เช่น ศูนย์การค้า โรงเรียน โรงพยาบาล หรือสถานีตำรวจ เป็นต้น และสิ่งสำคัญ คือ พิจารณาถึงระบบการคมนาคมขนส่งสะดวกสบายเพียงใด สมาชิกทุกคนในบ้านสามารถเดินทางไปยังที่ทำงานและสถานศึกษาได้อย่างสะดวกนอกจากนี้ยังต้องเปรียบเทียบราคากับบ้านในบริเวณใกล้เคียงว่ามีราคาใกล้เคียงกันหรือไม่อย่างไร โดยพิจารณาจากข้อดีข้อเสียต่าง ๆ

3.พิจารณาเจ้าของบ้านเดิม / ผู้ขาย

ผู้บริโภคจะมองข้ามปัจจัยนี้มิได้เด็ดขาด ยิ่งถ้าบ้านมือสองที่ต้องการจะซื้อนั้นเป็นบ้านที่ประมูลจากกรมบังคับคดี ก่อนจะประมูลนั้นต้องสำรวจก่อนว่ายังมีผู้อยู่อาศัยเดิมอยู่อาศัยหรือไม่ ถึงปัจจุบันทางกรมบังคับคดีจะมีการบังคับใช้กฎหมายการฟ้องขับไล่ผู้อยู่อาศัยเดิมก็ตาม เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว จึงควรสำรวจให้แน่ใจเสียก่อน หรือถ้าซื้อบ้านจากนายหน้าก็ควรจะเลือกนายหน้าที่ไว้วางใจได้ สำหรับค่าคอมมิชชั่น 3 % นั้น นายหน้าจะเก็บจากผู้ขาย แต่ผู้ซื้ ควรตรวจสอบประวัติของบริษัทนายหน้านั้นอย่างรอบคอบ

4.พิจารณาความสามารถในการผ่อนชำระ

ปัญหาที่เกิดขึ้นทั่ว ๆ ไป คือ ผู้ซื้อไม่มีเงินออมมากพอ จึงต้องกาศัย "เงินกู้" เพราะน้อยคนนักที่จะมีเงินออมมากพอที่จะซื้อบ้านมือสองด้วยเงินสด
ปัจจัยที่ธนาคารนำมาพิจารณาในการขอสินเชื่อจะไม่ต่างจากสินเชื่อบ้านใหม่นัก ไม่ว่าจะเป็น รายได้ ความสามารถในการผ่อน อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อน ประเภทของหลักทรัพย์ค้ำประกัน คือ บ้านหรือทาวน์-เฮ้าส์ที่ซื้อและเงินดาวน์หรือเงินวางมัดจำ
ตัวอย่างเช่น ผู้กู้มีรายได้ประจำ 20,000 บาท ที่อัตราดอกเบี้ย 6.75% ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ให้ซื้อบ้านในราคา 625,000 บาท และกู้เงินได้ 500,000 บาท ผ่อน 30 ปี เดือนละ 5,200 บาท หากวงเงินที่ได้ไม่พอซื้อ ธนาคารจะแนะนำให้หาคนกู้ร่วมหรือลดขนาดบ้านลง

5.พิจารณาค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

สุดท้ายผู้ซื้อจะต้องมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีก คือ ค่าธรรมเนียมการโอนในกรณีที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอื่นจะจ่าย 2% ของราคาประเมิน นอกจากนี้ยังมีค่าจำนองอีก 0.01% ค่าอากรแสตมป์ 0.5% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขายที่สูงกว่า สำหรับการขายที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของบุคคลธรรมดาที่ถือครองเกินกว่า 5 ปี หรือขายห้องชุดที่ถือครองเกินกว่า 5 ปี หรือที่ชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของห้องชุดตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป หรือค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ อัตรา 0.11% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขายที่สูงกว่า สำหรับกรณีการซื้อบ้านจากนิติบุคคล

ดังนั้น ผู้ซื้อบ้านต้องพิจารณาทุกปัจจัยอย่างถี่ถ้วน และคำนวน มูลค่าบ้านที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตในกรณีที่ต้องการขายต่อ

ลักษณะบ้านที่ดี#2 ตามลักษณะฮวงจุ้ย(บทความเสริม)

แล้วทำไมลูกถึงสร้างปัญหามากมายให้กับพ่อ เมื่อดูดวง ดูชื่อ และดูนรลักษณ์ ทุกคนก็อยู่ในจุดราศีดีมีวาสนา จึงเหลือแต่เรื่องที่อยู่อาศัย น่าจะมีจุดตำหนิทำให้เกิดเรื่องกับเจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัย
ผู้เขียนเองก็ไม่เคยได้เห็นบ้านของตระกูลอยู่บำรุง พอดีหนังสือ พิมพ์หลายฉบับได้ทำแผนผังลักษณะบ้าน ตำแหน่งที่ตั้ง และทิศทางเข้าออก จึงพอจะนำมาวิเคราะห์หาสาเหตุของเรื่องวุ่นวายต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตระกูลอยู่ บำรุง
ดูตามแผนผังบ้านพักริมคลองของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สร้างบ้านคฤหาสน์ใหญ่เป็นอาณาจักรบนเนื้อที่ 15 ไร่ มีทางเข้าออกสอง ทาง
เส้นทางแรก เป็นด้านหน้าบ้าน เข้าออกตามปกติ ทางถนน เอกชัย ซอย 125 ถนนเอกชัยอยู่ทางด้านทิศเหนือของบ้าน และตัดแยกเข้า ซอยผ่านหน้าบ้านทิศตะวันตก
เส้นทางที่สอง - อยู่ด้านหลังของตัวบ้าน เข้าซอยเอกชัย 119 ผ่านข้างวัดบางบอน โค้งเข้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของพื้นที่บ้าน
เส้นทางแรกเข้าทางมุมบ้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นทิศดาว เสาร์ ซึ่งเป็นทิศกาลกิณีของวันเกิดเจ้าบ้าน คือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เกิดวันพฤหัสบดี วันเสาร์เป็นกาลกิณี และดาวเสาร์สถิตในราศีกรกฎของดวง ชะตาเกิด มีตำแหน่งเสื่อมเป็นประ จึงส่งผลให้โทษมากกว่าให้คุณ ทิศอิทธิพลดาวเสาร์ จะนำความวินาศเสื่อมเสียมาสู่เจ้าของบ้าน เป็นแต่เรื่อง ผิดหวังทุกข์ระทมไม่รู้สร่าง เส้นทางหน้าบ้านเป็นทางเอกเมื่อเข้าทิศไม่ดีจึงให้ โทษ
เส้นที่สองเข้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตำแหน่งทิศดาว อังคาร เป็นดาวบาปเคราะห์ให้โทษ สร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย ขัดแย้ง ทะเลาะวิวาท การใช้กำลังเข้าประหัตประหารกัน ทิศดาวอังคารเป็นทิศอริ ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เส้นทางนี้จึงให้โทษนำแต่เรื่องร้ายเข้าสู่บ้าน
ดูตามลักษณะทิศทางเข้าบ้าน จึงไม่ค่อยเป็นมงคลกับเจ้าของ บ้าน ตามหลักฮวงจุ้ย เส้นทางถนนเรียกทางเสือขาว รอบบ้านของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มีถนนอยู่สามเส้นทาง 1.ถนนเอกชัยเส้นใหญ่ทางทิศ เหนือ 2.ซอยเอกชัย 125 เข้าหมู่บ้านชลิกา ทางทิศตะวันตก 3.เส้นทางตัด ผ่าเข้ากลางพื้นที่ ในบ้านทางทิศใต้ ส่วนหลังบ้านเป็นคลองลำลางอยู่ทิศ ตะวันออก เรียกว่า มังกรเขียว
ทางเสือขาว ธาตุไฟ ทางมังกรเขียว ธาตุน้ำ ธาตุไฟมี 3 ทาง ธาตุน้ำมี 1 ทาง ทำให้บ้านร้อนเพราะธาตุไฟมากกว่าธาตุน้ำ ขาดความสมดุล จึงทำให้คนในบ้านร้อน อยู่ไม่เป็นสุข มีแต่เรื่องเดือดร้อน เข้าบ้าน
ด้านหลังบ้านมีคลองไม่เหมาะกับบ้านนักการเมืองหรือนักธุรกิจ เพราะหลังพิงไม่มั่นคง อ่อนไหวไปตามกระแสน้ำ ขาดแรงสนับสนุนจาก ผู้ใหญ่ หลังบ้านข้ามคลองมีเมรุเผาศพวัดบางบอนตั้งอยู่ ถือเป็นสิ่งอัปมงคล หน้าบ้านมีน้ำพุตั้งอยู่ ทำให้สิ่งไม่ดีจะไหลเข้าบ้านแตกกระจาย ทิศตะวันตก หน้าธาตุไฟ ไม่เหมาะกับการที่จะมีน้ำมาขวาง ตามตำราฮวงจุ้ยได้มีข้อห้าม ไว้ ไม่ให้ขุดบ่อหรือทำสระอยู่หน้าบ้าน จะทำให้คนในบ้านตาบอด

ลักษณะบ้านที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยมีกฎเกณฑ์ ดังนี้
1.การปลูกบ้าน ทิศที่เป็นมงคลที่สุด คือ ทิศใต้ ถ้าไม่ติด ความจำเป็นอื่นๆ แล้ว ควรหันหน้าบ้านไปทางทิศใต้จะให้คุณที่สุด
2.ซ้ายมือของบ้านควรมีบ่อน้ำหรือทางน้ำไหล ซึ่งจะทำให้ถูก โฉลก เพราะเป็นทางมังกรเขียว
3.ส่วนด้านขวามือของบ้าน ซึ่งเป็นทางเสือขาว ควรเป็นถนน หรือที่ราบ ไม่ควรมีบ่อน้ำ
4.หลังบ้านเรียกว่านักรบสีเทา หรือเต่าดำ ควรเป็นภูเขาหรือ มอ หรือปลูกต้นไม้สูงๆ เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้ายและวิญญาณร้ายเข้าทางหลัง บ้าน
ในพื้นที่ 15 ไร่ ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มีสิ่งปลูกสร้าง ทั้งหมด 12 หลัง เริ่มจากบ้านเลขที่ 182 และ 182/1-11 บ้านพักของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อยู่บ้านเลขที่ 182/11 ส่วนหลังอื่นๆ เป็นที่อยู่ของลูกๆ ทั้งสามคน และบรรดาญาติพี่น้องบริวาร
ลักษณะบ้านเลขที่ 182/11 เป็นบ้านทรงสเปน ตามสไตล์ฝรั่ง ตามความชอบของเจ้าบ้าน บริเวณบ้านตกแต่งเป็นสวนหย่อม มีน้ำพุกลาง สวน สอดแซมด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย ประตูเป็นอัลลอยด์
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตระกูลอยู่บำรุงไม่หยุดหย่อน น่าจะมาจาก บ้านใหญ่ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เพราะเลขที่บ้านได้มีอิทธิพลเลข 13 เลขอาถรรณพ์
เลข 182/11 รวมกันได้เลข 13 ถือว่าเป็นเลขให้โทษ เป็นเลขแห่งความโกลาหล และการถูกทำลายจนพินาศ แสดงถึงการนำเอา อำนาจมาใช้อย่างผิดๆ และส่งผลความวิบัติแก่ผู้ใช้
เลข 13 จึงเป็นเลขอันตราย เตือนให้ระวังสิ่งเร้นลับ หรือสิ่งอันไม่คาดคิดจะบังเกิดขึ้น อดีตที่ผ่านมาน่าจะเป็นเครื่องเตือนใจ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เคยถูก รสช.เมื่อปี 2534 จนต้องหนีไปลี้ภัยต่าง ประเทศมาแล้ว คราวนี้ลูกชายคนเล็กก็ต้องมาหลบหนีคดีฆ่าคนตาย
เลข 13 เลข 1 ดาวอาทิตย์ หมายถึง ผู้นำ เลข 3 ดาวอังคาร ดาวให้โทษ เพราะเป็นดาวมรณะของโลก เพราะอยู่ในราศีพิจิก ภพมรณะ ของราศีเมษ ตำแหน่งลัคนาโลก เลข 1 กับ เลข 3 เป็นเลขคู่ศัตรู เมื่อมาอยู่ร่วมกันจึงให้โทษรุนแรง
เลขคู่นี้ชาวอียิปต์กับเมโสโปเตเมีย ถือกันว่าเลข 13 เป็นเลขร้ายมานานก่อนจะใช้คริสต์ศักราช การที่ชาวยุโรปถือเลขคู่นี้เป็นเลข ร้าย เพราะเมื่อพระเยซูไครส์ก่อนจะประสบเคราะห์สิ้นพระชนม์ชีพ พระองค์ได้ร่วมเสวยพระกระยาหารกับบรรดาสาวกเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งมีบุคคลร่วมโต๊ะอาหารทั้งหมด 13 คนพอดี ชาวยุโรปจึงถือเลข 13 ไม่ดี ที่ทำให้พระเยซูคริสต์ต้องสิ้นพระชนม์
เลข 13 จึงเป็นเลขอันตราย แม้แต่ประเทศไทยก็คือต้องอา ถรรณพ์มาแล้ว เมื่อสมัยเหตุการณ์ 14 ตุลาที่ผ่านมา และ 17 พฤษภาทมิฬ เพราะอักษร 13 ตัว ถนนราชดำเนิน
เลข 13 เป็นเลขมหัศจรรย์ หากผู้ใดเข้าถึงเคล็ดลับของเลข 13 และนำมาใช้ให้ถูกต้อง จะส่งผลให้มีอำนาจและอิทธิพลเหนือผู้อื่น.

ลักษณะบ้านที่ดี#2 ตามลักษณะฮวงจุ้ย

ลักษณะบ้านที่ดีตามลักษณะฮวงจุ้ยที่ดี
เขียนโดย หมอจุ๋ม

จะจัดบ้านอย่างไรให้ถูกโฉลก ถูกที่ ถูกกับ "ฮวงจุ้ย" เราต้องรู้จุดโชคลาภของบ้านเรา ว่าจะต้องประดับอะไรไว้ที่ไหนดี มีอะไรบ้างที่เป็นสิ่งมงคลที่ควรประดับไว้ในบ้านเราบ้าง

การหาจุดโชคลาภของบ้านมีหลายวิธี

วิธีดั้งเดิมคือหาจากตำแหน่งชัยภูมิของบ้าน ทั้ง 4 ด้านคือ เสือ มังกร หงส์ และเต่า โดย
เสือ แทนความหมายของบารมี ทิศตะวันตก
มังกร แทนอำนาจ ทิศตะวันออก
หงส์ แทนโชคลาภ ทิศใต้
เต่า เทนความมั่นคง ทิศเหนือ
Image
ดังนั้นในที่นี้ตำแหน่งจุดโชคลาภจึงเป็น "หน้าบ้าน" ที่พลังชี่ไหลเข้า ส่วนจะเป็นโชคลาภที่ดีหรือไม่นั้นขึ้นกับลักษณะบริเวณหน้าบ้าน และหน้าบ้านที่ไม่ดี หรือ "อับโชค" คือ
1. ถนนหน้าบ้านวิ่งหนีจาก อาทิ บริเวณทางโค้ง
Image
2. ถนนหน้าบ้านเป็นรูปคันเบ็ด หรือลักษณะหักมุมเข้าสู่บ้าน ค่อนข้างเลวร้ายมาก โชคลาภจะวิบัติ ทรัพย์สมบัติไม่มีเหลือ
Image
3. หน้าบ้านอุดตัน เช่น มีอาคารสูงในฝั่งตรงข้าม มีเสาไฟฟ้าแรงสูง ต้นไม้ใหญ่ขวางทางเข้าบ้าน
4. หน้าบ้านมีสิ่งปฏิกูลเน่าเหม็น อาทิ กองขยะ น้ำเน่าเสีย โรงงาน โรงชำแหละสัตว์ ฟาร์มสัตว์
5. หน้าบ้านเป็นวัด ศาลเจ้า สุสาน
6. หน้าบ้านมีลักษณะทึบตัน อาทิ กำแพงทึบ ประตูรั้วทึบ เหมือนกำแพงคุก จะให้ดีควรมีลักษณะ
โล่งเพื่อรับพลัง

วิธีการแบ่งพื้นที่อาคารบ้านเรือน

ยืนกลางอาคารหรือห้อง หันหน้าไปด้านหน้าอาคารหรือห้อง (ยึดหลักประตูทางเข้าเป็นด้านหน้า) แบ่งห้องออกเป็น 9 ส่วนเท่าๆกัน โดยสามารถแบ่งได้ที่ห้องรับแขก ห้องนอน เช่น
Image
ช่องที่ 1 อุปถัมภ์ หมายถึง ผู้อุปถัมภ์, ผู้ค้ำจุน ถ้าทำการค้าหมายถึง ลูกค้า ทำงานกินเงินเดือนหมายถึงเจ้านาย
• หมายถึง ตำแหน่งมังกรเขียว คือความเจริญรุ่งเรือง เป็นตำแหน่งของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ควรวางองค์เทพ เพราะถือว่าเป็นตำแหน่งประตูสวรรค์
• สามารถวาง เรือใบ ตู้ปลา ภาพแผนที่โลก-จักรวาล

ช่องที่ 2 ธุรกิจ หมายถึง การค้าสำหรับผู้ประกอบการ หรือผู้ที่ทำงานกินเงินเดือน หมายถึง หน้าที่การงาน ตำแหน่งหน้าที่
• ควรวางสัญญลักษณ์ที่เกี่ยวกับธุรกิจของเรา
• วางคฑายู่อี่ ทำให้หน้าที่การงานมั่นคง

ช่องที่ 3 เรียนรู้ หมายถึง วิสัยทัศน์ เป็นตำแหน่งของการวางแผน (ซึ่งถือว่าสำคัญ)
• วางโคมไฟ โต๊ะทำงาน โต๊ะคอม
• ข้อแม้ คือ เป็นตำแหน่งที่อยู่หน้าบ้านดังนั้นไม่ควรนั่งหันหลังให้ประตู
• ด้านหลังของโต๊ะทำงานอย่าแขวนนาฬิกา

ช่องที่ 4 บริวาร หมายถึง บุตรหลาน ลูกหลาน ลูกน้อง ผู้ใต้บังคับบัญชา คนรอบข้าง
• ติดรูปภาพเด็กๆ
• ทำเป็นที่เล่นกิจกรรมของเด็กๆ

ช่องที่ 5 สามัคคี หมายถึง ความรักความสามัคคีของครอบครัว องค์กร ถ้าหายไปจะเกิดการแก่งแย่งชิงดี สุขภาพจะไม่ดี

ช่องที่ 6 รุ่งเรือง หมายถึง ความเจริญรุ่งเรืองครอบครับรวมถึงสุขภาพของคนในบ้าน
• ควรวางดอกไม้ ต้นไม้

ช่องที่ 7 ความรัก หมายถึง ความรักความสัมพันธ์ ทั้งภายในครอบครัวและสังคม คนรอบข้างที่จะต้องมีปฏิสัมพันธ์ด้วย
• ต้องวางของที่เป็นคู่ๆ
• ห้ามเด็ดขาดในการวางอุปกรณ์กีฬาการต่อสู้

ช่องที่ 8 ชื่อเสียง หมายถึง เครดิต การยอมรับจากบุคคลทั้งหลาย การจดจำ
• วางเตาไฟ โคมไฟ ไม่ควรวางน้ำ
• นกยูงรำแพนหาง
• เครื่องเสียง
• ดอกไม้สีแดง
• ม้า

ช่องที่ 9 เงินทอง หมายถึง รายได้ ความมั่งคั่ง โชคลาภ
• ต้นส้ม ซึ่งสื่อถึงความร่ำรวยมั่งคั่ง ลูกส้มหมายถึง ก้อนทอง
• วางเซฟ

ข้อระวัง

* วงกบประตู - หน้าต่าง ที่ไม่อยู่ในสภาพปกติ วงกบแตกร้าว ประตูมีเสียง จะทำให้เกิดการแตกร้าวทะเลาะกันของครอบครัว หากปิดไม่สนิท จะทำให้เงินทองรั่วไหล
* ประตู หมายถึง ปากผู้ใหญ่ พ่อแม่
* หน้าต่าง หมายถึง ลูก และหมายถึง สายตาและวิสัยทัศน์
* ของที่ไม่ควรวางโชว์ ได้แต่ ของมีคม มี คันเบ็ด ปืน ควรเก็บให้มิดชิด

ลักษณะของบ้านที่ดี#1 จัดตามธาตุ

บ้านแข็งแรงมั่นคงจะร่มเย็น
บ้านแข็งแรงมั่นคงจะร่มเย็น

โดย อ.ณัฐสุดา จันทนยิ่งยง

บ้านหรืออาคารที่พักอาศัย เป็นที่พักผ่อนที่ต้องการความสงบร่มเย็นเป็นหลัก ทั้งยังต้องการรากฐานที่
มั่นคงแน่นหนา ดังนั้นลักษณะพื้นฐานของบ้านทั่ว ๆ ไป ที่เราพบจึงมักเป็นลักษณะของธาตุดินเสีย
เป็นส่วนใหญ่ แม้ส่วนประกอบของบ้านก็มักเป็นลักษณะของธาตุดิน หรือความมั่นคงแข็งแรงด้วย
เช่น ตู้ เตียง โต๊ะ เป็นต้น

ลักษณะของบ้านที่ดีไม่ควรมีลักษณะเป็นคลื่น หรือเป็นขั้นบันได อันหมายถึงความเคลื่อนไหวที่มาก
เกินไป จะส่งผลกระทบกระเทือนถึงสมาชิกในบ้าน ในจุดต่าง ๆ ได้ รูปทรงที่ดีของบ้านต้องเป็นสี่
เหลี่ยมจัตุรัส หรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความกว้างยาวไม่ควรเกิน 2:3 และไม่ควรมีมุมใดมุมหนึ่งขาดหาย
หรือเกินกว่า 1 ใน 3 ของพื้นที่ เพราะจะมีผลร้ายกับบุคคลในบ้าน (ตามแผนภูมิที่แทนตัวบุคคลจาก
รหัสทิศด้วย)

ธาตุน้ำ ลักษณะเป็นคลื่น ซ้อน ๆ กัน ทิศของธาตุ คือ ทิศเหนือ ลักษณะอาคารหลังคา
เป็นลอน ๆ โค้ง เช่น หลังคาโรงงาน

ธาตุไม้ ลักษณะเป็นแท่งยาว สูง ทิศของธาตุ คือ ทิศตะวันออก , ทิศตะวันออกเฉียงใต้
ลักษณะอาคารเป็นทรงสูง เช่น ตึก

ธาตุดิน ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมทึบ แข็งแรง ทิศของธาตุ คือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้, ทิศตะวันออก
เฉียงใต้

ธาตุไฟ ลักษณะเป็นเปลว ปลายแหลม ทิศของธาตุ คือ ทิศใต้ ลักษณะอาคารยอดแหลม เช่น
บ้านทรงไทย ศาลาวัด วัด

ธาตุทอง ลักษณะทรงกลม โลหะ ทิศของธาตุ คือ ทิศตะวันตก , ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ลักษณะอาคารทรงกลม หรือด้านหน้าโค้ง เช่น อาคารใหญ่ของเอกชน หรือสถานบันเทิง
เป็นต้น

วิธีการเลือกซื้อบ้าน

ขั้นตอนและวิธีการเลือกซื้อบ้าน

"บ้าน" เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่มีราคาแพงที่สุด และยังเป็นทรัพย์สินที่มีราคาแพงที่สุดในช่วงชีวิตของคนๆ หนึ่ง การซื้อบ้านหนึ่งหลังจึงอาจจะซื้อได้ครั้งเดียวในชีวิต ดังนั้นการเลือกและการตัดสินใจซื้อบ้านจึงเป็นเรื่องสำคัญ สำหรับผู้ที่ปรารถนาอยากจะมีบ้านเป็นคนตัวเอง แต่เนื่องจากแต่ละคนไม่ค่อยจะมีประสบการณ์หรือความรู้ในการเลือกซื้อบ้านมากนัก ด้วยความที่เป็นทรัพย์สินที่หาซื้อกันไม่บ่อย ทำให้การเลือกและตัดสินใจซื้ออาจเกิดขึ้นตามแรงจูงใจและการโฆษณาของผู้ขายเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้อยู่อาศัยและเกิดปัญหาขึ้นมากมายภายหลังการเข้าอยู่อาศัย
ดังนั้นก่อนที่จะคิดตัดสินใจซื้อบ้าน ควรจะพิจารณาหลักการในเบื้องต้นเพื่อให้บ้านที่จะซื้อเป็นที่อยู่อาศัยที่มีคุณค่าอย่างแท้จริงสำหรับผู้อยู่อาศัย โดยมีวิธีเลือกซื้อที่เป็นขั้นตอนอย่างกว้างๆ ทั้งการซื้อบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ หรือห้องชุด ดังนี้
-การพิจารณาทำเลที่ตั้งโครงการ
หลังจากที่ผู้ซื้อประเมินกำลังเงินของตัวเองอย่างถี่ถ้วนแล้วว่า รายได้ของครอบครัวเหมาะสมที่จะซื้อที่อยู่อาศัยในประเภทไหนที่จะกู้เงินกับธนาคารหรือสถาบันการเงินได้ และสามารถผ่อนส่งได้โดยไม่เดือดร้อน สิ่งแรกที่ผู้ซื้อจะต้องปฏิบัติ คือ การหาข้อมูลเบื้องต้นของบ้านที่ต้องการซื้อ โดยยึดเอาทำเลที่ตั้งที่สมาชิกในครอบครัวสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกที่สุด มาเป็นข้อพิจารณาอันดับแรก ได้แก่ การเดินทางไปสถานที่ทำงาน หรือสถานศึกษาของสมาชิกในครอบครัว ระบบโครงข่ายคมนาคมที่มีระบบขนส่งรองรับ ทำให้การเดินทางเพื่อปฏิบัติภารกิจประจำวันสะดวกรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งการเลือกทำเลที่ตั้งของบ้านจะพิจารณาจากความเหมาะสมกับความต้องการและวิถีชีวิตของคนในครอบครัวเป็นหลัก
สำหรับข้อมูลในเบื้องต้นผู้ซื้อจะสามารถหาได้จากสื่อหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารที่เกี่ยวกับการซื้อ-ขายบ้าน หรือในเว็บไซต์ที่เปิดให้บริการข้อมูลการซื้อบ้านที่เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการเลือกหาโครงการในทำเลที่ต้องการ เช่น เว็บไซต์ www.GHBHomeCenter.com ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ , เว็บไซต์ www.dogdoog.com
-เลือกโครงการและราคาที่เหมาะสม
เมื่อผู้ซื้อได้ทำเลที่ต้องการแล้ว ในแต่ละทำเลจะมีโครงการที่ให้ผู้ซื้อเลือกอย่างมากมายทั้งโครงการขนาดใหญ่และขนาดเล็ก สิ่งที่จะต้องพิจารณาในขั้นตอนต่อไป คือ การพิจารณาเลือกโครงการและราคาที่เหมาะสม สำหรับโครงการที่ดีนั้นควรจะมีสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่ครบถ้วน เช่น ถนน ท่อระบายน้ำ ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายการจัดสรรที่ดินกำหนดหรือไม่ สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ เช่น สระว่ายน้ำ สวนสาธารณะ หรือสปอร์ต คลับ มีตรงตามความต้องการของผู้ซื้อหรือไม่ ในบริเวณใกล้เคียงโครงการมีโรงเรียน โรงพยาบาล หรือศูนย์การค้าหรือไม่ รวมถึง สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกโครงการ เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของสมาชิกในครอบครัวหรือไม่
นอกจากนั้น สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกประการหนึ่ง คือ บริษัทหรือเจ้าของโครงการมีความน่าเชื่อถือมีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยมากน้อยเพียงใด โดยพิจารณาจากประวัติชื่อเสียงและผลงานในอดีต เพื่อเป็นเครื่องรับประกันในขั้นต้นว่า ผู้ซื้อจะได้บ้านที่มีมาตรฐานทั้งด้านความมั่นคงแข็งแรง และก่อสร้างบ้านให้ตามเงื่อนไขที่ตกลงกันอย่างตรงเวลา ในกรณีนี้ผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์และมีความเป็นมืออาชีพ จะได้เปรียบกว่าผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ยังไม่เคยมีผลงานในการก่อสร้างเลย
สำหรับเรื่องราคาเป็นสิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ผู้ซื้อจะต้องพิจารณาให้ตรงกับกำลังซื้อที่มีอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม การซื้อบ้านโดยคำนึ่งถึงราคาที่ถูกที่สุดไม่ใช่เหตุผลที่ถูกต้องเสมอไป เพราะโครงการที่มีราคาถูกอาจจะก่อสร้างบ้านไม่ได้มาตรฐาน หรือใช้วัสดุที่มีคุณภาพต่ำระยะการใช้งานน้อยทำให้ชำรุดทรุดโทรมได้ง่ายเสียค่าซ่อมแซมบำรุงรักษาในระยะยาวกว่าบ้านที่มีราคาสูง แต่ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูงและได้มาตรฐาน ดังนั้นการพิจารณาเรื่องราคาบ้านในโครงการประเภทเดียวกันขนาดเท่ากันจะคำนึงถึงความคุ้มค่ามากกว่า โดยพิจารณาในแง่ของราคาที่ดิน ราคาค่าก่อสร้าง และคุณภาพของตัวบ้านเป็นประเด็นหลัก
การเลือกโครงการและราคาที่เหมาะสม ผู้ซื้อจะสามารถนำโครงการที่อยู่ในทำเลเดียวกันมาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียในจุดต่างๆ ได้ เพื่อคัดเลือกโครงการและบ้านที่มีราคาเหมาะสมคุ้มค่ากับการซื้อ การพิจารณาเปรียบเทียบจะทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่า ผู้ซื้อจะตัดสินใจเลือกซื้อบ้านในโครงการไหนราคาเท่าไหร่ โดยการเปรียบเทียบทั้งด้านสาธารณูปโภค สาธารณูปการ สิ่งอำนวยความสะดวก สภาพแวดล้อม ราคาซื้อขายต่อตารางเมตร คุณภาพวัสดุที่ใช้ก่อสร้าง ผู้ซื้อสมควรเปรียบเทียบข้อมูลจากการไปดูสถานที่ซึ่งเป็นที่ตั้งโครงการจริง นำมาประมวลโดยการให้คะแนนในเรื่องต่างๆ รวมทั้งการปรึกษากับสมาชิกในครอบครัว และสอบถามจากผู้ที่ซื้อบ้านอยู่ในโครงการนั้นๆ ผู้ซื้อจะได้บ้านในโครงการที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด
-การเลือกตำแหน่งที่ดินและแบบบ้าน
เมื่อผู้ซื้อสามารถเลือกโครงการและราคาที่เหมาะสมได้แล้ว สิ่งที่ผู้ซื้อจะต้องพิจารณาในขั้นต่อไป คือ การเลือกตำแหน่งที่ดินและแบบบ้าน สำหรับเรื่องตำแหน่งที่ดินในโครงการจะเลือกแปลงที่เหมาะสมตามความต้องการของผู้ซื้อ เช่น อยู่ใกล้สวนสาธารณะ เพื่อต้องการสัมผัสความเป็นธรรมชาติและสะดวกในการออกกำลังกาย ต้องการอยู่ด้านในโครงการเพื่อต้องการความสงบเงียบ แต่อาจจะเกิดปัญหาด้านความปลอดภัยในทรัพย์สิน ในกรณีที่โครงการไม่สามารถจัดเวรยามได้เพียงพอ หรือต้องการอยู่ด้านหน้าโครงการเพื่อความสะดวกในการเดินทางหรือต้องการประกอบกิจการค้าขายเล็กๆ น้อยๆ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ซื้อเป็นหลัก นอกจากนั้นผู้ซื้อจะต้องคำนึงถึงราคาบ้านที่เลือกในแต่ละแปลงซึ่งจะมีความแตกต่างกันออกไปอีกด้วย
สำหรับแบบบ้านก็เช่นเดียวกัน การเลือกขึ้นอยู่กับความชอบและความต้องการของผู้ซื้อเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งในปัจจุบันแต่ละโครงการจะมีแบบบ้านให้ผู้ซื้อเลือกอย่างมากมาย ทั้งสไตล์ร่วมสมัย สไตล์โมเดิร์น หรือสไตล์ไทยประยุกต์ที่กำลังเป็นที่นิยม แต่ในขณะเดียวกันผู้ซื้อจะต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยภายในบ้านที่เหมาะสมกับความต้องการ และความสะดวกสบายในการอยู่อาศัยเป็นเรื่องสำคัญ ประโยชน์ใช้สอยที่เหมาะสม อาทิเช่น มีห้องต่างๆ ตรงกับความต้องการ ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป สามารถติดต่อกันภายในระหว่างห้องได้สะดวกไม่ต้องขึ้นๆ ลงๆ ป้องกันแดด ฝนได้ดี มีการถ่ายเทอากาศดี ซึ่งรูปแบบบ้านจะต้องเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของประเทศนั้นๆ การนำแบบบ้านในต่างประเทศมาใช้จะต้องมีการปรับปรุงประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมด้วยเช่นกัน
วิธีและขั้นตอนดังที่กล่าวข้างต้น ช่วยทำให้ผู้ซื้อสามารถตัดสินใจเลือกซื้อบ้านได้อย่างเหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่และการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยที่ไม่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง เพราะเลือกซื้อบ้านที่ไม่คุ้มค่ากับการอยู่อาศัย

intro to garden building#6 Scale

Scale

Scale is the size relationship between objects both within the garden and to the landscape as a whole.

Choose the size of your elements so that they seem to be appropriate for the area they’re in.

You know you’ve achieved good scale in your landscape design plan when you walk through your garden and you have …

… a comfortable experience.

We’ve noticed that most often scale is not considered when choosing entrance paths.

Most often a four foot wide path is chosen. While this width is comfortable for one person to walk on …

… it’s tight for two.

And if you have a two story home or sprawling ranch style with an average front yard the scale of the path is also off for the size of your home and yard.

Whereas, a six foot path gives a feeling of graciousness, which is the feeling that most of us would like our guests to feel as they enter our home. So if your front yard is large enough, opt for the six foot path in your landscaping design.

Make Your Space Work

I once had a writing teacher tell me, when thinking about writing a story, put aside any thoughts about structure, spelling, grammar. Just get it down on paper. Let it flow from you.

The same is true for your landscaping design. Put aside its current drawbacks. Think of it as just an empty space that you can fill with any shapes you choose.

And don’t get caught up in worrying about how you don’t know anything about horticulture. The first stage of a landscape design plan only deals with making the space work in a way that is visually pleasing.